ผู้ก่อตั้ง ชมรมประพัสสร

                                                                                                                                                                                         

นางเกตน์สิรี  ศรีสมุทร ข้าราชการครูบำนาญ ที่เออร์ลี่รีไทร์เมื่อปี พศ 2547

ขณะอายุได้ 46 ปี เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพ เกี่ยวกับอาการภูมิแพ้และ หอบหืดอย่างรุนแรง ตั้งแต่อายุ 22 ปีได้เข้ารับการรักษาทั้งแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์ทางเลือก แพทย์แผนไทย ได้มีโอกาสเข้ารับการบำบัดโดยแพทย์ทางเลือก ซึ่งเป็นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม อาการดีขึ้นเป็นลำดับลดการรับประทานยาแผนปัจจุบัน หรือระยะห่างของการใช้ยามีมากขึ้น ได้ทำความเข้าใจพฤติกรรมและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม  เรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของร่างกายและของโรคมากยิ่งขึ้น  อาการที่เป็นอยู่ดีขึ้นมากเป็นลำดับ ในขณะนั้นคิดว่า เรามาถูกทางแล้ว แต่เวลาของเราทั้งชีวิตคือการทำงาน  โอกาสในการดูแลสุขภาพจริงจังน่าจะมีน้อย จึงได้วางแผนไว้ว่าจะเหลือเวลาส่วนหนึ่งเพื่อมาดูแลสุขภาพอย่างจริงจังเสียที จึงได้ลาออกจากราชการก่อนอายุราชการจะหมดเอาละ 11ปี คิดว่าน่าจะยังไม่สายในการดูแลสุขภาพตนเอง จึงได้เข้ารับการศึกษาหลักสูตรการแพทย์แผนไทย สาขาเวชกรรม สาขาเภสัชกรรม สาขาผดุงครรภ์ และสาขานวดไทย ปัจจุบันได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขานวดไทย และหมั่นแสวงหาความรู้แพทย์ทางเลือก ธรรมชาติบำบัดจากครูอาจารย์และผู้รู้ที่ประสบความสำเร็จในการดูแลสุขภาพหลายท่านอย่างสม่ำเสมอ และเมื่อมีโอกาสก็จะแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพให้กับผู้อื่นเสมอๆ ด้วยความสนใจและตนเองมีสุขภาพดีขึ้น คนใกล้ชิดมีสุขภาพดีขึ้น จึงได้เข้าอบรมหลักสูตรผู้ดำเนินการล้างพิษตับ และได้เปิดบ้านเป็นศูนย์ล้างพิษฯ หลักสูตรอาจารย์ ขวัญดิน สิงห์คำ โดยเป็นผู้ดำเนินการในการจัดกิจกรรมให้ความรู้ในการล้างพิษฯตั้งแต่ปี พ.ศ2554 ในขณะนั้น โดยใช้ชื่อ "ศูนย์บ้านทางเลือกดูแลสุขภาพประพัสสร ระยอง "และ "ศูนย์บ้านอิงหมอน สัตหีบ" ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้รักสุขภาพอย่างมากมาย และสามารถส่งต่อความรู้ในการดูแลสุขภาพแก่เพื่อนสมาชิกได้เป็นอย่างดีจนถึงปัจจุบันนี้

  

นางภูทอง เดอมงต์  ( เจิ้น) อายุ 47 ปี

ดิฉันเป็นนักธุรกิจชาวไทยที่ไปเติบโตที่ใต้หวัน และกลับมาทำธุรกิจค้าขายที่เมืองไทยเมื่อปี ค.ศ. 1989 เหตุผลเพราะป่วยหนักหลายโรครุมเร้า หมอคาดการณ์ว่าดิฉันคงจะอายุไม่เกิน 32  ก็เลยตัดสินใจกลับมาอยู่เมืองไทยเพื่อหวังว่าตัวเองจะได้ตายอย่างสงบในที่ที่เรียกว่าบ้านเรา เมื่ออยู่กับธรรมชาติและใช้ชีวิตอย่างปล่อยวางมากๆร่างกายดิฉันก็กลับแข็งแรงมีชีวิตชีวามากขึ้น จนมีโอกาสได้มาทำธุรกิจสุขภาพและความงามที่เมืองพัทยาเมื่อปี ค.ศ. 2003 เป็นปีเกิดของลูกชายคนเล็กของดิฉันพอดีค่ะ  ดิฉันได้ เปิดศูนย์ให้บริการไทยสปาครบวงจร ร้านเสริมสวย และศูนย์ฝึกอบรมไทยสปา เป็นผู้ผลิตสินค้าสปาครบวงจรทั้งค้าส่งและค้าปลีก ดิฉันทำธุรกิจนี้ 7 ปีและพบว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็งเพราะทำงานหนักและเครียดกับภาระงานหลายๆอย่าง ดิฉันจึงได้ขายกิจการให้ลูกศิษย์คนหนึ่งที่มาเรียนที่ศูนย์ฝึกอบรมไทยสปาเทสแอนด์บาย ถ้าใครเคยอยู่พัทยาช่วงนั้นคงจะรู้จักบ้างเพราะตั้งอยู่ตรงข้ามกับคาร์ฟูพัทยากลางค่ะ ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นศูนย์ฝึกอบรมไทยสปา สายทอง1 เพราะตอนนี้สายทองมีเกือบ10 สาขาในพัทยาแล้วค่ะ หลังจากนั้นดิฉันก็มุ่งมั่นกับการเรียนรู้การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมหรือธรรมชาติบำบัดอย่างต่อเนื่องและเคร่งครัด  ดิฉันเคยเป็นเป็นจิตอาสาในเครือแพทย์วิธีธรรม เป็นเวลา2-3ปี ขณะนี้สุขภาพแข็งแรงดีขึ้นมาก จึงได้กลับมาทำธรุกิจเล็กๆเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เพราะใจรักและเพื่อที่จะได้มีโอกาสแบ่งปันความรู้แก่เพื่อนพี่น้องอีกด้วย  ปัจจุบันเป็นครูสอนไทยโยคะที่ประเทศฝรั่งเศสค่ะ